วันอังคารที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

Ebay Global Shipping Program คืออะไร รีวิวประสบการณ์


วันนี้ผมจะมารีวิวเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับเดินป่า แต่อยากเอามาเล่าให้ฟังกันเพราะคิดว่าคงมีประโยชน์กับท่านที่ใช้ Ebay หรือกำลังจะใช้ Ebay ซื้อสินค้า จริงๆผมมีบัญชีอีเบย์ ที่เปิดไว้นานแล้วและนานเช่นกันจะได้ใช้ซื้ออะไร พอเห็น Global Shipping Program (GSP) ครั้งแรกก็งงๆอยู่เหมือนกัน มันคืออะไร? ทำงานอย่างไร? ทำไมแพงจังวะ? พอได้ลองซื้อสินค้าและส่งผ่าน GSP ครั้งแรกเลยอยากจะมาเล่าประสบการณ์ให้ฟัง เผื่อบางท่านเห็นค่าส่ง Shipping แล้วมี Import charge อีก ทำไมแพงมากและยังกังวลอยู่เหมือนผมในตอนแรก

Ebay Global Shipping Program คืออะไร

สำหรับผู้ขาย
Global Shipping Program (GSP) เป็นระบบที่อำนวยความสะดวกให้ผู้ขายสินค้าที่อาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกาที่จะส่งสินค้าออกนอกประเทศและไม่อยากจัดการส่งของเอง GSP มีบริษัท Pitney Bowes เป็นตัวกลางในการจัดการส่งสินค้าไปยังที่อยู่ผู้ซื้อในต่างประเทศ แล้วต่างจากไปรษณีย์ USPS หรือบริษัทขนส่งอื่นเช่น, Fedex ,UPS ฯลฯ ยังไง คือแบบนี้ครับ โดยปกติผู้ขายจะส่งของให้กับลูกค้าโดยตรงผ่านบริษัทขนส่งดังกล่าว แต่ในกรณี GSP เมื่อเราซื้อสินค้า ผู้ขายจะส่งสินค้าของเราไปยังศูนย์กระจายสินค้าของบริษัท Pitney Bowes ภายในสหรัฐอเมริกาก่อน เรียกว่า Shipping Center (อยู่ใน Erlanger, Kentucky) จากนั้นบริษัท  Pitney Bowes จะเป็นคนจัดการส่งสินค้าต่อไปให้ลูกค้าเอง (บริการแบบนี้เรียกว่า Mail/Package Forwarding ซึ่งเขาจะขนส่งผ่านบริษัทขนส่งอื่นๆอีกที อาจจะเป็น fedex ups ฯลฯ) ในกรณีที่สินค้าศูนย์หาย Pitney Bowes จะเป็นผู้รับผิดชอบ แต่ถ้าสินค้าถึงมือผู้รับแล้วแต่ต้องการคืนหรือมีปัญหาอื่นที่ไม่เกี่ยวกับการขนส่งก็ว่ากันระหว่างผู้ซื้อผู้ขาย

สำหรับผู้ซื้อ
Ebay (Pitney Bowes) จะคำนวณอากรภาษีนำเข้าระหว่างประเทศ ตามประเภทสินค้าของประเทศผู้ซื้อนั้นๆ (ข้อมูลเหล่านี้เปิดเผยระหว่างประเทศ) ออกมาเป็น Import Charge: ที่เราเห็นอยู่ด้านล่างของค่าส่ง Shipping:  โดยปกติเมื่อของมาถึงประเทศปลายทาง สินค้าจะโดนคำนวณภาษีอากรโดยเจ้าหน้าที่ศุลกากรของประเทศนั้นๆ แล้วบริษัทขนส่งจะมาเรียกเก็บจากผู้ซื้ออีกที ท่านใดมีประสบการณ์คงจะได้ใบเขียวจากไปรษณีย์ไทยแบบนั้นแหละครับ  แต่กรณี GSP นี้ผู้ซื้อจ่าย Import Charge ให้บริษัท Pitney Bowes ล่วงหน้าไปแล้ว บริษัทขนส่งสินค้าจะไปเรียกเก็บ Import Charge ที่บริษัท  Pitney Bowes แทน ผู้ซื้อก็นอนรอรับของที่บ้านอย่างเดียวไม่ต้องจ่ายเพิ่ม หรือลุ้นค่าภาษีอีกแล้ว

ประโยชน์
นอกจากเป็นช่องทางค้ากำไรจาก Import Charge อีเบย์มี GSP เพื่อสนับสนุนผู้ขายในสหรัฐ ที่ต้องการส่งสินค้าออกนอกประเทศแต่ไม่อยากจัดการเอง GSP ช่วยป้องกันปัญหาผู้ซื้อไม่รับสินค้าเมื่อโดนเรียกเก็บภาษีนำเข้าอัตราสูง และป้องกันกรณีการทำผิดกฏหมาย เช่นผู้ซื้อขอให้ผู้ขายระบุใบแจ้งราคาสินค้าต่ำกว่าความเป็นจริงเพื่อเลี่ยงภาษี (ทำกันเป็นเรื่องปกติ) และลดปัญหาเรื่องร้องเรียนและปัญหาจุกจิกอื่นๆมากมายจากผู้ซื้อผู้ขายที่ขาดประสบการณ์ Ebay เลยให้มีระบบจัดการเรื่องขนส่งต่างประเทศไปเลย

ประสบการณ์ของผม
สินค้าที่ซื้อผ่าน GSP มา เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ที่อัตราภาษีนำเข้าไม่สูงเหมือนสินค้าอื่นๆ คือแค่ อากร 1% + ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% เท่านั้น เลยตัดสินใจได้ไม่ยาก ถึงแม้ Import Charge: ระบบจะคำนวณสูงกว่าความเป็นจริงแต่ถือว่ายังรับได้ ผมซื้อและจ่ายเงินผ่าน Paypal เรียบร้อย (ระบบจะตัดเงินเราเป็นสองส่วน ส่วนที่หนึ่งคือค่าสินค้า+ค่าส่ง ให้คนขาย ส่วนที่สองคือค่า Import Charge ให้ Pitney Bowes) สามสี่วันถัดมา คนขายก็ส่งพัสดุไปยัง Shipping Center ที่ Erlanger คือจะมีอีเมลแจ้งจากอีเบย์ว่าสินค้าถูกส่งแล้ว พร้อมกับ Tracking Number ขึ้นต้นว่า UPAAA ตามด้วยตัวเลขหลายๆตัว ไม่ต้องเอาไป Track ที่ไหนเพราะมัน Track ได้เฉพาะในระบบของอีเบย์เท่านั้น เช็คสถานะเมื่อของถึง Erlanger แล้ว วันสองวันถัดมาสถานะก็บอกว่าส่งพัสดุต่อให้ I-parcel และให้ Tracking Number ของ I-parcel มา ทีแรกก็ไม่รู้จัก นึกว่าจะเป็น FEDEX, UPS อะไรพวกนั้น แต่ไม่เป็นไร เอาล่ะ หลังจากนั้นประมาณ 1 สัปดาห์ ก็มีคนโทรบอกว่ามาจาก UPS จะเอาพัสดุมาส่ง (รู้ทีหลัง I-Parcel เป็นพันธมิตรกับ UPS) ผมตกลงนัดแนะวันรับพัสดุกับ UPS เรียบร้อย พอถึงวันนัดเขาก็เอาของมาส่งพร้อมกับให้เซ็นชื่อรับ ก็เรียบร้อยได้รับของสมใจและไม่ต้องเสียเงินค่าใช้จ่ายใดๆเพิ่มอีกแล้ว

สรุปประสบการณ์ซื้อของครั้งแรกผ่าน Ebay Global Shipping Program
  • รอของนานเพราะต้องส่งไปที่ Shipping Center ในสหรัฐก่อน
  • พัสดุไม่มีการรีแพ็ค เขาแค่ติดที่อยู่ประเทศไทยทับที่อยู่ Shipping Center บนซองพัสดุเดิมจากที่คนขายส่งมา
  • I-Parcel Tracking มั่วมาก ใช้ไม่ได้เลย บอกว่า out for delivery ทั้งที่ของยังไม่ถึงเมืองไทย
  • ตอนรับพัสดุ ไม่ต้องเสียเงินเพิ่มแล้ว
  • พนักงาน UPS บริการดี

ข้อเสนอแนะ
Import charge จะแพงมากโดยเฉพาะถ้าเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย แนะนำให้เลือกคนขายที่ส่งแบบไม่ผ่าน Ebay - Global Shipping Program แล้วลุ้นภาษีเองดีกว่า เพราะจากประสบการณ์ ถ้าโดนภาษี ศุลกากรประเมินใจดี ไม่โหดขนาดที่ Ebay คำนวณ หรือถ้าโชคไม่ดีศุลกากรประเมินเกินกว่าที่จ่ายก็เอาหลักฐานใบเสร็จไปขอลุ้นอุทธรณ์ได้ครับ

วันพฤหัสบดีที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2556

รีวิวส้อมไททาเนียม snow peak titanium spork

เป็น backpacker ก็ต้องมีอุปกรณ์ช้อนส้อมติดเป้ด้วย จะจิ้มจะตักได้ครบก็ต้องพกทั้งช้อนและส้อม แต่ทั้งนี้น้ำหนักสแตนเลสไม่ใช่น้อย และถ้าเราต้องการอะไรที่มันง่ายๆไม่อยากพกสองอย่างให้ยุ่งยาก ช้อนที่รวมส้อมไว้ด้วยกันก็ดูเป็นทางเลือก ก่อนหน้าผมเคยใช้เป็นพวกช้อนพลาสติกตามร้านสะดวกซื้อ แต่ความรู้สึกมันไม่ใช่ ตักข้าวก็ไม่ถนัดจิ้มอะไรก็ลำบาก จนได้มารู้จักเจ้าส้อม snow peak นี่แหละครับ

ส้อม Snow Peak ทำจากไททาเนียมมีน้ำหนักเบาแต่แข็งแรง เดิมมีสีไททาเนียมสีเดียว แต่รุ่นหลังๆมีให้เลือกเพิ่มอีกสามสี เขียว ฟ้า ม่วง ของผมเป็นสีม่วงเพราะร้านที่ซื้อเขาเหลืออยู่สีเดียว แต่กระนั้นเราแค่เน้นฟังก์ชั่น ซึ่งซื้อมาแล้วก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ผมว่าเขาออกแบบมาได้ดีมากเลย ความลึกของช้อนที่พอดีและส้อมที่คมใช้งานได้อย่างจริงจัง แต่ข้อเสียของสินค้าคุณภาพดีส่วนใหญ่คือราคา :) ผมซื้อต่างประเทศ 9 USD หรือประมาณ 280 บาท บ้านเราเห็นมีขายอันละเกือบ 500 บาท แพงมาก!!

Snow Peak เป็นบริษัทสัญชาติญี่ปุ่น เน้นขายอุปกรณ์เครื่องครัวน้ำหนักเบาสำหรับ Backpacker สินค้าประเภทเครื่องครัวทั้งหมด made in japan มีหม้อ ช้อน ส้อม ถ้วยน้ำ วัสดุมีไททาเนียม สแตนเลส และอลูมิเนียม โดยเฉพาะผลิตภันฑ์ไททาเนียมจะมีชื่อเสียงมากได้รับรางวัลมากมาย

วันจันทร์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2556

รองเท้าเดินป่า

รองเท้าเป็นสิ่งสำคัญมาก อยู่ในป่าในเขาถ้าเท้าเกิดบาดเจ็บขึ้นมาเป็นหมดสนุกแน่ๆ หลายคนบอกว่าเท้าคือชีวิตกันเลยทีเดียว รองเท้าเดินป่าจึงต้องทนทานใส่สบายและปกป้องเท้าเราได้ดี ในบทความนี้จะนำเสนอข้อมูลของรองเท้าเดินป่าเพื่อผู้สนใจและเป็นข้อมูลพื้นฐานในการเลือกซื้อรองเท้าที่เหมาะสมต่อไปครับ รองเท้าที่ภาษาอังกฤษว่า Backpacking, trekking หรือ hiking boots ในบทความนี้ขอเรียกรวมเป็นรองเท้าเดินป่านะครับ

ประเภทรองเท้าเดินป่าแบ่งตามการใช้งาน


  • ชนิดเบา  (Lightweight hiking boot)


ออกแบบมาสำหรับการเดินแบบทริปสั้นๆ ที่ไม่มีสัมภาระหนัก รองเท้าประเภทนี้มีทั้งแบบข้อเตี้ย(Low-Cut) และหุ้มข้อ(Mid-Cut) ลักษณะจะคล้ายๆรองเท้ากีฬาทั่วไปแต่พื้นจะแข็งและมีความทนทานกว่า ข้อดีของรองเท้าแบบนี้คือเบา มีความคล่องตัว ระบายอากาศดี แต่ถ้าคุณต้องแบกเป้หนักเทรคกิ้งไกลในภูมิประเทศโหด รองเท้าแบบนี้จะไม่เหมาะ เพราะ support ข้อเท้าได้น้อย และความทนทานจะน้อยกว่ารองเท้าเดินป่าประเภทอื่น


  • รองเท้าแบ็คแพ็คกิ้ง Backpacking boot หรือ Mid-weight hiking boot


รองเท้าแบบนี้ออกแบบมา เพื่อรองรับน้ำหนักสัมภาระด้วย จะเป็นแบบหุ้มข้อ Mid-cut หรือ High-cut เพื่อกระจายโหลดและปกป้องข้อเท้า พื้นแข็งหนา มีความทนทานกว่าแบบชนิดเบา ถ้าต้องเดินไกลและแบกสัมภาระสัก 8 kg หรือมากกว่านั้น ผมแนะนำรองเท้าชนิดนี้ครับ

  • รองเท้าบูทปีนเขา (Mountaineering Boots)


ใช้สำหรับปีนภูเขาสูง>3000m หรือพื้นที่หนาวเย็นจัดๆ (บ้านเราไม่ต้องใช้ชนิดนี้แน่นอน) มีทั้งแบบที่ทำไว้ปีนภูเขาน้ำแข็งโดยเฉพาะ หรือหน้าตาแบบ Backpacking ที่เพิ่มวัสดุป้องกันเท้า รองเท้าประเภทนี้จะเป็นแบบหุ้มข้อสูง (High-cut) ทั้งหมด ออกแบบมาไว้เพื่อเดินลุย off-trail โดยแท้ สามารถรับน้ำหนักได้มากและมีความมั่นคงทนทานมากกว่าทุกแบบ ภายในบุกันหนาวหรือ Insulation และรองรับ crampon สำหรับเดินบนน้ำแข็งด้วย


ความสูงของรองเท้า

 

  • ข้อเตี้ย low cut

รองเท้าวิ่งหรือรองเท้าเดินป่า light weight จะใช้แบบนี้เป็นส่วนใหญ่เพราะเบา ถอดเข้าออกง่าย สามารถเคลื่อนไหวเท้าได้อิสระมากกว่าแบบอื่น แต่ทั้งนี้ถ้าเราแบกน้ำหนักมากอาจเกิดข้อเท้าพลิกบาดเจ็บได้ง่ายเช่นกัน รองเท้าแบบนี้เหมาะกับคนที่เดินท่องเที่ยวทั่วๆไปในเมือง หรือแบกเป้ day pack เดินป่าเส้นทางง่าย ระยะสั้นๆ

  • หุ้มข้อ Mid cut

ส่วนบนจะหุ้มข้อเท้าโดยรอบไว้พอดี เหมาะกับการเดินป่าที่แบกน้ำหนักกลางๆเดินหลายวัน เดินป่าบ้านเราถ้าแบกสัมภาระเองใช้รองเท้าแบบ mid cut ก็ดีครับ

  • หุ้มข้อสูง High cut

เพิ่มสมดุลและซัพพอร์ตข้อเท้ามากกว่าทุกแบบ เหมาะกับ คนที่แบกเป้น้ำหนัก > 18 กิโลกรัม เดินระยะทางไกลเป็นประจำหรือเดินเส้นทางแบบ off-trail รองเท้าคอมแบททหารก็จะเป็นทรงนี้

 

วัสดุที่ใช้ทำรองเท้าเดินป่า

 

  • หนัง full grain

เป็นวัสดุที่สวยงามและทนทานมากที่สุด กันน้ำได้ดี แต่มีน้ำหนักมากและระบายอากาศได้ไม่ดีนัก หนัง full grain นิยมใช้ทำรองเท้า backpacking ราคาแพง หรือรองเท้า mountaineering

  • หนัง Nubuck

บ้านเราเรียกหนังกลับ เป็นหนังคุณภาพรองจาก full grain ผ่านกรรมวิธีขัดผิวด้านนอกคล้ายกับหนังนิ่มหรือ suede (แต่ suede จะขัดผิวด้านใน) หนัง nubuck มีความทนทานสูงแต่มีราคาแพงน้อยกว่า full grain

  • วัสดุใยสังเคราะห์

วัสดุชนิดนี้แบ่งย่อยได้อีกหลายชนิดตามคุณภาพของเส้นใย ซึ่งคุณสมบัติโดยทั่วไปๆจะมีความเบา แห้งเร็ว ระบายอากาศดี แต่การกันน้ำและความทนทานจะต่ำกว่าวัสดุที่เป็นหนัง รองเท้าเดินป่าส่วนใหญ่ โดยเฉพาะแบบ light weight จะนิยมใช้วัสดุใยสังเคราะห์ผสมกับหนัง nu buck เพื่อให้รองเท้าทนทานมากขึ้น

  • วัสดุกันน้ำ

เช่น Gore-Tex, Event จะบุภายในรองเท้าเพื่อกันน้ำเมื่อต้องลุยหิมะหรือลำธาร รองเท้าที่ใช้เดินในพื้นที่หิมะถ้าไม่ใช่บูทยางมีความจำเป็นต้องบุชั้นกันน้ำด้านใน รองเท้าที่บุกันน้ำความเห็นส่วนตัว ผมว่าช่วยให้เดินสะดวกขึ้นมากแม้ไม่ใช่พื้นที่หนาวเย็น อย่างการเดินป่าหน้าฝนในบ้านเราจะต้องเดินลุยน้ำหรือโคลนระดับประมาณไม่เกินข้อเท้าเป็นส่วนมาก มีบางเส้นทางที่ต้องเดินลุยน้ำถึงหน้าแข้งหรือสูงกว่านั้น(ซึ่งมีไม่บ่อยนัก) ผมจะถอดแล้วใช้รองเท้าแตะที่เตรียมมาเดินลุยน้ำแทน บางคนอาจบอกว่าถ้างั้นรองเท้ากันน้ำไม่มีความจำเป็น อันนี้ก็แล้วแต่สภาพเส้นทางและสไตล์ของแต่ละคนครับ



พื้นรองเท้า Soles


  • Insole

หรือ foot bed เป็นพื้นด้านในที่สัมผัสกับเท้า ทำจากโฟมนุ่มสามารถถอดออกได้ insole ที่ติดมากับรองเท้าถ้าเราไม่ชอบหรือขาดเปื่อย สามารถซื้อยี่ห้ออื่นมาใส่เปลี่ยนเองได้

  • Midsole

เป็นส่วนที่ซับแรงกระแทก วัสดุมีสองแบบหลักคือ Ethyl Vinyl Acetate (EVA)และ Polyurethane (PU) อย่างแรกคือ EVA เป็นวัสดุประเภทเดียวกับที่ทำรองเท้าวิ่ง จะนิ่มและเบานิยมใช้กับรองเท้าเดินป่าประเภท light weight  ซึ่งจะมีอายุการใช้งานประมาณหกเดือนถ้าใช้งานหนักตลอด ส่วน PU จะมีความหนาแน่นและทนทานมากกว่า นิยมใช้กับรองเท้า backpacking, mountaineering

  • Outsole

เป็นยางด้านนอกที่จะสัมผัสกับพื้น Outsole ของรองเท้าเดินป่าจะมีความแข็งกว่ารองเท้าวิ่งทั่วไป  รองเท้าเดินป่าหลายยี่ห้อเช่น The North Face, Asolo, Zamberlan ฯลฯ ใช้วัสดุจากบริษัท Vibram ที่ผลิตพื้นยางโดยเฉพาะ หรือยี่ห้อ keen ใช้เทคโนโลยีของตัวเอง โดยใช้คาร์บอนผสมทำให้พื้นรองเท้าแข็งแรงมาก ลายดอกยางจะแตกต่างกันไปตามประเภทรองเท้า ดอกยางรองเท้า mountaineering จะมีความลึกเพื่อเพิ่มการยึดเกาะบนผิวทางที่ไม่สม่ำเสมอ ส่วนดอกยางตื้นจะใช้กับรองเท้า trail-running หรือ light weight hiking ที่ต้องการความยืดหยุ่นมากกว่า

วันอังคารที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2556

10 เหตุผลที่ควรใช้ไม้เท้าเดินป่า


การใช้ไม้เท้าเดินป่าหรือ Trekking Poles บางคนว่าไม่จำเป็น แต่ผมว่ามีไว้ก็ดี เพราะมันช่วยถนอมเข่าของเรา และสำหรับผู้ที่แบกสัมภาระหนักๆหรือเข่าไม่ค่อยดี ผมว่ามันจำเป็นเลยแหละ เหตุผลอื่นๆอีก เช่น 10 เหตุผล ที่ควรใช้ไม้เท้าเดินป่า นี้ผมแปลมาจาก outdoorgearlab  ทั้งสิบมีดังนี้ครับ

1. ไม้เท้าเดินป่าใช้หลักการเดียวกับไม้สกี เป็นการใช้กำลังแขนช่วยเคลื่อนตัวไปข้างหน้า ทั้งในทางราบและขึ้นเขา ทำให้เพิ่มความเร็วโดยเฉลี่ย

2. ลดแรงกระแทกบริเวณขา เข่า ข้อเท้าและเท้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อลงเขา การศึกษาในปี 1999 The Journal of Sports Medicine พบว่า ไม้เท้าเดินป่าช่วยลดแรงที่กระแทกที่เข่าได้มากกว่า 25 เปอร์เซ็นต์

3. ไม้เท้าเดินป่าสามารถใช้เบี่ยง หรือปัด สิ่งที่เรารำคาญหรือกีดขวาง เช่นพืชมีหนาม หรือปัดใยแมงมุมในระหว่างทางเดิน  ให้เราเดินสบายขึ้น

4. การเดินโดยใช้ไม้เท้าเดินป่าช่วยให้เราสร้างและรักษาจังหวะที่เหมาะสม ซึ่งจะช่วยเพิ่มความเร็ว โดยเฉพาะการเดินในพื้นที่ราบเรียบ ไม่มีการปีนป่าย

5. จุดสัมผัสสองจุดที่เพิ่มเข้ามา จะช่วยเพิ่มการยึดเกาะบนพื้นที่ลื่น เช่น โคลน หิมะ หรือเศษหินร่วนๆ

6. ไม้เท้าเดินป่าช่วยเรารักษา balance ทรงตัวในพื้นที่ที่มีอุปสรรค อย่างเช่นการข้ามน้ำ ที่มีรากไม้พาด หรือ สะพานลื่นๆ  การมี balance ช่วยให้เราก้าวไปได้ง่ายและรวดเร็ว

7. ไม้เท้าเดินป่าสามารถใช้หยั่งข้อมูล ที่เราไม่รู้จากการมองด้วยตา ใช้ไม้เท้าเพื่อรู้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแอ่งน้ำ โคลน หิมะ หรือทรายดูด (ความลึก ความแข็ง สิ่งกีดขวางในน้ำ ฯลฯ)

8.ไม้เท้าเดินป่า สามารถใช้ป้องกันตัวจากการโจมตีของสุนัข หมี หรือสัตว์ป่าอื่นๆ โดยเหวี่ยงไม้เท้าไปรอบๆเหนือหัว เพื่อให้เราดูตัวใหญ่ขึ้น หรือใช้โยนแบบหอก

9. ไม้เท้าเดินป่าช่วยแบ่งเบาภาระน้ำหนักที่เราแบก อย่างเช่น ถ้าเราแบกน้ำหนักมากๆ และเราต้องการพักสั้นๆ การพิงไปที่ไม้เท้าจะช่วยให้สบายขึ้น

10. ไม้เท้าเดินป่าสามารถใช้เป็นอะไรที่มากไปกว่าการเป็นแค่ไม้เท้า ช่วยลดน้ำหนักในการแบกเสาเต้นท์ (สำหรับอุปกรณ์ที่พักเช่น Tarp หรือเต้นท์แบบใช้ไม้เท้าแทนเสาเต้นท์ เมืองไทยยังไม่ค่อยเห็นมีขาย) ที่พักแบบนี้ช่วย save น้ำหนักได้เกือบ 1 กิโล (ไม่นับตัวไม้เท้าเอง) ไม้เท้าเดินป่ายังมีความแข็งแรงมากกว่าเสาเต้นท์ ดังนั้นยากที่จะหักเมื่อลมแรงๆ ทำให้ที่พักมีความปลอดภัยมากขึ้น  ไม้เท้าเดินป่ายังสามารถใช้เป็นเฝือกได้อีก


ข้อจำกัดของการใช้ไม้เท้าเดินป่าคือ ใช้พลังงานของร่างกายเพิ่มขึ้น (เราต้องใช้กำลังแขนเพิ่มขึ้นมา) มันสามารถเข้าไปขัดอยู่ในพุ่มไม้หรือติดกับซอกหิน มันลดฟังชั่นของมือเราในการจะไปทำอย่างอื่น มันไม่สามารถเก็บได้อย่างสะดวก และอาจมีผลต่อเส้นทางข้างหน้า (เก็บแล้วมันก็ยังยาว) นักปีนเขาบางคนบ่นเกี่ยวกับข้อศอกที่เจ็บจากการใช้ไม้เท้าเดินป่ามากเกินไป เช่นแบกน้ำหนักมากกว่า 30 กิโล ทุกวันในหนึ่งเดือนต่อครั้ง (เยอะไปไหม) อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดนี้สามารถแบ่งเบาหรือถือเป็นเรื่องเล็กน้อย อย่างเช่น พลังงานที่ต้องใช้เพิ่มขึ้นก็ชดเชยด้วยการที่เพิ่มความเร็วได้และลดแรงตึงเครียดที่ขา นักปีนเขาหลายคนชอบไม้เท้าเดินป่าแบบไม่มีสายคล้องมือมากกว่า เพราะสะดวกในการเปลี่ยนไม้เท้าข้างใดข้างหนึ่งมาอีกข้าง เพื่อใช้มือสำหรับหยิบอาหารกินหรือถ่ายรูป และสามารถปล่อยมันได้รวดเร็วเมื่อเสียหลัก หรือต้องการใช้มือทำอะไรบางอย่าง

วันพุธที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

รีวิวที่กรองน้ำพกพา Sawyer PointOne Squeez Water Filtration System



น้ำดื่มเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ แต่การเดินป่าข้ามวัน เราไม่สามารถหอบน้ำดื่มจำนวนมากไปด้วยได้ เพราะมันหนัก ;) ส่วนมากจะไปหาน้ำกันดาบหน้า พวกลำธาร น้ำตก ฯลฯ แล้วจึงมีวิธีทำให้น้ำสะอาดพอที่จะดื่ม ไม่ว่าจะใช้วิธีต้ม, ใช้ยาเม็ดฆ่าเชื้อ หรือใช้อุปกรณ์กรองน้ำแบบพกพา ซึ่งในบทความนี้ ผมจะมาแนะนำอุปกรณ์กรองน้ำพกพา ที่ผมเพิ่งได้มาสดๆร้อนๆ ชื่อว่า Sawyer PointOne Squeez Water Filtration System ที่กรองน้ำตัวนี้ได้รับรางวัล  Backpacker Editors' Choice 2012 ด้วย มันมีอะไรบ้าง เรามาดูกันครับ

Sawyer Squeeze สเปค

ไส้กรอง Hollow Fiber ขนาด 0.1 ไมครอน
กรองแบคทีเรีย 99.99999% กรองโปรโตซัว 99.9999%
อายุไส้กรอง 1 ล้านแกลลอน!!
น้ำหนัก  85 กรัม ถุงน้ำ + ไส้กรอง

ผมซื้อมาแบบแถมถุงน้ำ 1L (sp129)  ในกล่องประกอบด้วย Filter, ถุงน้ำ 1 L (sp131 แถมถุงน้ำสามขนาด 0.7L, 1L, 2L), Syringe สำหรับล้าง Filter, แผ่น Instructions 

Sawyer Squeeze Water Filtration System

Sawyer Squeeze ออกแบบมาใช้งานโดยอาศัยแรงบีบถุงใส่น้ำที่ต้องการกรอง ให้เกิดแรงดันทำให้น้ำไหลผ่านตัว Filter ออกมาเป็นน้ำสะอาดดื่มได้ โดยสโลแกนของมันคือ No pumping, No chemicals, No waiting, No worries ใครขี้เกียจออกแรงของที่กรองแบบปั๊ม หรือกลัวเคมีในยาเม็ดฆ่าเชื้อ Sawyer Squeeze เป็นตัวเลือกเลยครับ เขาทำให้เล็กแต่ประสิทธิภาพดี คือสะอาด และ flow rate สูง แม้ราคาผมถือว่าไม่ถูก แต่มันยังถูกกว่าแบบปั๊มและแบบ Gravity มากกว่าเท่าตัว และถ้าคิดอายุการใช้งานเข้าไปด้วย ฝรั่งเขาคิดแล้วว่าตัวนี้ถูกสุด คือแค่ 0.002 cents ผมแปลงเป็นไทยเอง ก็ประมาณ 0.0006 บาท ต่อน้ำ 1 ลิตรเท่านั้น

ส่วนประกอบ

ถุงที่แถมมารุ่นก่อนๆ จากที่ดูรีวิวคนอื่น มีเสียงบ่นมากมายว่า รั่วง่าย แต่ตัวนี้เป็นเวอร์ชั่นใหม่ 2013 Sawyer ทำใหม่เป็นพลาสติกหนาหนักกว่าเดิม ดูไม่น่าจะแตกหรือรั่วได้ง่ายๆ  ตัว Filter ขนาดเต็มกำมือ มีจุกวาล์วน้ำออกสีขาวแบบดึงเข้าออก สำหรับปิดเปิด สามารถหมุนถอดออกได้ แถมมีจุกครอบพลาสติกใสปิดอีกทีด้วย (จุกใสนี้ น่ากลัวจะหายได้ง่าย)  อีกด้านเป็นทางน้ำเข้า เกลียวสามารถต่อเข้ากับขวดน้ำทั่วไปได้ด้วย

ทดสอบ

ลองใส่น้ำเข้าถุง 1L พบว่าในน้ำนิ่งมันเข้ายากกว่าที่คิด เพราะว่าถุงที่ลีบแบน แถมปากยังเล็ก ผมเลยต้องเป่าลมเข้าถุงก่อน จากนั้นจึงค่อยให้น้ำไหลเข้าแทนอากาศ พอน้ำเต็มถุงถึงค่อยต่อเข้ากับ Filter แล้วบีบ พบว่า Flow Rate หรืออัตราการไหลของน้ำรวดเร็วน่าพอใจ (ตัวเลขที่เขาทดสอบ อยู่ที่ 1.7 ลิตรต่อนาที เร็วน้อยกว่าแบบ Gravity ที่เร็วที่สุด เพียง 0.05 นาที) ทีนี้ผมลองใช้ขวดพลาสติกเล็กใส่น้ำ ต่อเข้าไปบ้าง จากนั้นคว่ำลง ง่ะ!! น้ำไม่ออก!! ต้องออกแรงบีบกันหน่อย แต่อย่างไรก็กรองได้นิดเดียวไม่เต็มความจุขวด เพราะขวดพลาสติกบีบได้ไม่มาก ไม่พอให้เกิดแรงดันเมื่อน้ำเหลือน้อย สำหรับน้ำที่ใช้ทดลอง ผมเอาน้ำขังในแอ่ง เป็นน้ำใส แต่มีตะไคร้น้ำ มีตะกอนและมีกลิ่นเล็กน้อย  กรองแล้วลองดื่ม โอ้พระเจ้า รสชาติดี กลิ่นหายเกลี้ยง!! :)

สรุป

Sawyer Squeez มีขนาดเล็กพกพาสะดวกในการเดินป่า ท่องเที่ยวทั่วๆไป หรือเก็บไว้เป็น survival kit รองรับสถานการณ์ภัยพิบัติก็ได้ น้ำไหลเร็ว สามารถใช้กับขวดน้ำพลาสติกที่มีขนาดปากขวดทั่วไปได้ แต่ไว้เป็นทางเลือกดีกว่า ควรใช้กับถุงที่แถมมาหรือขวดน้ำชนิดพับได้จะดีกว่า สำหรับขนาดปากถุงที่เล็กตอนเติมน้ำถามว่ายากไหม ก็บอกว่าไม่ยาก แค่มันไม่สะดวกเหมือนกับปากถุงใหญ่ๆ เช่นแบบ Gravity แต่ด้วยขนาดและน้ำหนักของ Sawyer Squeeze  ผมว่ามันสะดวกคล่องตัวกว่าสำหรับการพกใช้คนเดียว หรือจำนวนคนที่ไม่มาก ไม่เกินสองคนกำลังดี ราคา Sawyer Squeez ตัวนี้ใน amazon 35$ หรือประมาณ 1100 บาท ไม่รวมส่งครับ

ถุง 1L + Filter เมื่อม้วนเก็บ

Update เพิ่มเติม

ปลายปี 2013 Sawyer จะออกกรองน้ำตัวใหม่ ชื่อ Sawyer Mini ซึ่งใช้งานร่วมกับถุงใส่น้ำแบบเดียวกับ Sawyer PointOne Sqeeze แต่มีขนาดเล็กและราคาถูกกว่า ส่วนประสิทธิภาพยังไม่เปิดเผยครับ




วันจันทร์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ไฟฉาย Fenix E25 แบรนด์จีนไม่ได้มีแต่ของห่วย



ออกตัวก่อนผมไม่ใช้ผู้เชี่ยวชาญเรื่องไฟฉาย จะเขียนแบบผู้ใช้งานนะครับ
ผมซื้อไฟฉาย Fenix E25 มาใช้ได้เกือบปีนึงแล้ว ใช้ดีมากเลยอยากจะเขียนบอกต่อกัน แรกเดิมที ผมต้องการไฟฉายเล็กๆ พกพาได้สะดวก และใช้ถ่าน AA ซึ่งหาซื้อได้ง่าย  ตอนนั้นต้องการไฟฉายที่จะมาแทน Ultrafire กับ Uniquefire ที่เจ๊งไปทั้งคู่หลังจากใช้ได้ไม่นาน แม้อันเก่าทั้งคู่จะราคาไม่แพง แต่ผมคิดว่ามันไม่คุ้มเลย แถมเสียเงินซื้อ ถ่านชาร์จ Li-ion 14500 อีก (ทั้งคู่ใช้ได้ทั้ง AA และ 14500 1ก้อน) เลยคิดว่าน่าจะลองลงทุนอีกหน่อย จึงเป็นที่มาของ Fenix E25 ตัวนี้

 

Fenix E25

Fenix E25 เป็นไฟฉายรุ่นราคาไม่แพงของ Fenix แบรนด์ไฟฉายเกรด A สัญชาติจีน Fenix E25 ใช้หลอด LED CREE XP-E ใช้ถ่าน AAx2 ตามคู่มือเขาว่าให้ใช้ถ่านชาร์จ Ni-MH ดีที่สุด แต่ก็ใช้ได้กับถ่าน Alkaline ทั่วไป ผมเองก็ใช้ Alkaline นั่นแหละสะดวกดี แสงของ E25 มีสามโหมด High (187 Lumens) Mid, (90 Lumens), Low (27 Lumens) รันไทม์ 2h20min, 6h15min, 26h ตามลำดับโดยใช้ถ่าน Ni-MH

แยกร่างเป็นสองท่อน


ภายนอก

งานเนี๊ยบ เรียบร้อยดีมาก โลหะเคลือบอย่างดีเทียบกับสองตัวเก่าของผม ตัวนี้กินขาด  ผมยังไม่เคยจับไฟฉายฝรั่ง เช่น Surefire หรือไฟฉายจีนเกรด A ยี่ห้ออื่น เลยไม่รู้จะเทียบยังไง แต่เท่าที่ดูตัวนี้ ไม่อยากจะเวอร์นะ ดูแต่ภายนอก ผมหาตำหนิเจ้าตัวนี้ไม่เจอจริงๆ

การใช้งาน

Fenix E25 มีสวิตช์อยู่ที่คอไฟฉาย เห็นทีแรกแล้วดูแปลกๆ ปกติคุ้นเคยแต่สวิตช์กดท้ายหรือ Clicky Switch แต่ใช้จริงสวิตช์ที่คอสะดวกมาก โดยเฉพาะไฟฉายลำตัวยาวแบบนี้
แสงเป็นสามโหมด ปกติผมใช้ในเต้นท์หรือในบ้านใช้โหมดต่ำ ใช้ outdoor ก็โหมดกลางหรือสูง แสงแยก เป็นวงกลมสองโซนชัดเจน โซนตรงกลางจะพุ่งและเข้มมาก ส่องได้ไกล (ตามสเปค 156m) คนไม่เคยใช้ ยังเซอร์ไพร์ ไม่นึกว่าตัวเล็กๆแสงจะแรงขนาดนี้

สวิตช์ที่คอไฟฉาย

กันน้ำกันกระแทก 

Fenix E25 กันกระแทก 1m กันน้ำมาตรฐาน IPX-8 (2m) ตอนซื้อวันแรกผมก็ได้ทดสอบเลย เพราะดันไปควงเล่น โดยเอานิ้วควงสายคล้องท้าย จนไปกระแทกกับผนังอย่างแรง ยังดีที่กระจกไม่แตก แต่ทำให้บอดี้เป็นรอยนิดนึง ตอนนั้นผมนอกจากจะเสียดายที่เป็นรอย ยังกลัวเหมือนกันว่าจะมีปัญหาอะไรภายหลังหรือป่าว แต่หลังจากนั้นผมก็ใช้งานปกติ ออกทริป แช่น้ำก็หลายรอบแล้ว ปัจุบันก็ยังทำงานได้ดี (รอดไป ฮ่า)

มีสายคล้อง แถมมาด้วย

สรุป

Fenix E25 มีสวิตช์คอที่ใช้ง่าย แสงสามโหมด ซิมเปิลๆ ที่ได้ใช้งานจริง งานมีคุณภาพดีมาก มีความทนทาน ให้แสงแรงสว่าง กับราคาพันนิดๆ ไม่แพงครับ(เชื่อเถอะ)เทียบกับคุณภาพ  อยากได้ไฟฉายที่ไว้ใจได้ ใช้ในบ้านหรือออกแคมป์ทั่วไป ผมแนะนำ Fenix E25 เลย แต่ถ้าอยากได้แสงแรงกว่านี้ ที่ดูมา ก็เห็นจะมี E35 แล้วก็ PD32 ที่ขนาดใกล้เคียงกัน แต่ทั้ง สองตัวใช้ถ่าน Li-on 18650 ราคาค่าตัวก็จะสูงกว่า E25 ครับ



วันอาทิตย์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2556

รีวิว กางเกง Smartwool Baselayer NTS MID bottoms


ไปเที่ยวหนาวๆ ถ้าได้ใส่ Baselayer จะช่วยให้อุ่นขึ้นได้มาก บทความนี้ผมจะมาแนะนำกางเกง Base Layer ขนแกะ ของ Smartwool รุ่น NTS Midweight สำหรับใส่อากาศหนาว  แบบ Lightweight ก็มี ผ้าจะบางกว่าใส่ในที่อากาศอุ่นหน่อย ส่วน NTS มาจากคำว่า Next to Skin หมายถึงทรงรัดติดกับผิว
ทำไมต้องขนแกะ? เคยอ่านมาว่า wool หรือขนแกะมีความพิเศษตรงที่ อากาศหนาวก็กักเก็บความร้อนได้ดี อากาศร้อนก็ใส่ไม่ร้อน แถมต้านทานแบคทีเรียได้โดยธรรมชาติ ใส่นานๆยังไม่มีกลิ่นอีกด้วย เห็นขอดีเยอะแบบนี้ จึงอยากลองแม้ราคาจะแพงกว่า Baselayer ใยสังเคราะห์ทั่วไป เกือบเท่าตัว


ภาพรวมภายนอก

การตัดเย็บดูดีครับ เป็น base layer ที่ดูดีมีชาติตระกูล(ขนาดนั้นเลย?) จับเนื้อผ้ารู้สึกได้เลยว่านุ่มละเอียด ช่วงระหว่างขาเขาเย็บมาแบบเป็น gusseted crotch เหมือนพวกกางเกง tactical หรือ outdoors ทั่วไป คือเป็นผ้าสี่เหลี่ยมแปะตรงกลาง แทนการเย็บชนตรงกลาง ทำให้ดูทนทาน ตรงเป้ายังมีช่องให้ช้างน้อยได้โผล่มาหายใจด้วย

ความรู้สึก

ผมรู้สึกคันๆทีแรกที่ได้ใส่ ไม่ได้มากแต่ก็ไม่ถึงกับนุ่มอย่างที่คิดไว้ ใส่ไปสักพักแล้วก็รู้สึกชิน กลับชอบตรงที่มันอุ่นดีมาก ลองใส่ที่อุณภูมิ 30 องศา ใส่แล้วก็ไม่รู้สึกว่าร้อน มีความรู้สึกว่ามันระบายอากาศได้ดี ใส่เป็นเล็กกิ้งตัวเดียวได้เลย ถ้าไม่ติดตรงเป้าที่ทำไว้ให้ช้างน้อย เลยดูเป็นกางเกงในไป เรื่อง fitting ก็พอดี มีช่วงก้นที่รู้สึกว่าใหญ่ (หรือก้นเรามันแฟ่บไม่รู้) 
ส่วนสำคัญอีกอย่างคือเรื่องกลิ่น ลองใส่นอนติดๆกันหลายวัน เทียบกับบ็อกเซอร์ผ้าฝ้าย ขนแกะตัวนี้ไม่มีกลิ่นเลย ถือว่าสมคำโฆษณาจริงๆ ยังไม่มีโอกาสเอาไปใช้ออกทริป แต่คิดว่าน่าจะมีประโยชน์มากครับ

 

สรุป

ผมประทับใจ เรื่องดีไซน์การตัดเย็บของ Smartwool ที่ส่วนตัวผมว่าดูดีกว่าคู่แข่งบางราย ส่วนอื่นๆจะเป็นธรรมชาติของขนแกะ merino ซึ่งไม่จำเป็นต้องยี่ห้อนี้ก็ได้ ทั้ง ความนุ่ม เรื่องกลิ่นที่ไม่มี และความสามารถเรื่องจัดการอุณภูมิ ร้อนก็ไม่ร้อน หนาวก็ไม่หนาว คะแนนด้านนี้กินขาดใยสังเคราะห์ไปเลย ทริปหนาวต่อไปของผมต้องมีตัวนี้ติดตัวด้วยแน่นอน

รู้จัก Smartwool เล็กน้อย

Smartwool บ้านเราอาจไม่เคยได้ยินชื่อ แต่ถ้าเป็น Timberland อาจจะรู้จักหรือเคยได้ยินกันมาบ้าง Smartwool เป็นบริษัทในเครือของ Timberland (โดน Timberland ซื้อกิจการ) ทำผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเสื้อผ้าขนแกะ เน้นตลาดในกลุ่ม outdoor มีชื่อเสียงในอเมริกาเหนือ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ถุงเท้าและ Baselayer